ดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI)

คือ ความสมส่วนของร่างกาย

อุปกรณ์เพียงแค่ประเภทเดียวที่ใช้วัดไขมันภายในร่างกาย (body fat) ที่ยังไม่สมบูรณ์แบบนัก

เป็นแนวทางหนึ่งสำหรับในการราวจำนวนไขมันส่วนเกินที่ร่างกายสามารถเก็บได้

ใช้ความสูงแล้วก็น้ำหนักสำหรับเพื่อการคำนวณ เป็นแนวทางที่ง่ายรวมทั้งเชื่อถือได้สำหรับการประเมินการเสี่ยงของโรคอ้วน แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันเป็นทางการ

จะวัดค่าดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI))ได้ยังไง?

ดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI)) คำนวณตามน้ำหนักของคุณเป็นปอนด์หารด้วยความสูงของคุณเป็นนิ้วยกกำลังสองและก็คูณด้วย 703:

 

สูตร: น้ำหนัก (ปอนด์) / ความสูง (นิ้ว) 2(ยกกำลัง2) x 703

 

แบบอย่าง: ผู้ที่มีความสูง 5 ฟุต 4 นิ้วรวมทั้งน้ำหนัก 140 ปอนด์: 140 / (64x64) x 703 = 24BMI

 

หรือสำหรับระบบเมตริก วัดน้ำหนักเป็นกก.หารด้วยความสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง

 

สูตร: น้ำหนัก (กิโลกรัม) / สูง (m) 2

 

แบบอย่าง: ผู้ที่มีความสูง 1.7 เมตรและก็น้ำหนัก 68 กิโลกรัม: 68 / (1.7 x 1.7) = 23.5 BMI

 

จำนวนดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI))จะเช่นเดียวกันชายรวมทั้งหญิง

 

แต่ว่าในเด็กจะใช้สูตรที่ต่างกันบางส่วนจากคนแก่ (ดูด้านข้างล่าง) เครื่องคำนวณดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI))แบบออนไลน์ช่วยทำให้สบายแล้วก็ง่ายดายมากยิ่งขึ้นสำหรับเพื่อการคำนวณค่าBMI มีทั้งยังแบบสำหรับคนแก่แล้วก็แยกเฉพาะสำหรับเด็ก สูตรคำนวณดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI)) สำหรับเด็ก จะเริ่มตั้งแต่ 2-19 ปี และก็อายุ 20 ปีขึ้นไปสำหรับคนแก่

 

จำนวนดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI))คืออะไร?

จำนวน ดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI)) ถูกใช้เป็นอุปกรณ์คัดเลือกกรองเพื่อเจาะจงคนที่อาจมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน:

 

ดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI)) ต่ำยิ่งกว่า 18.5 = น้ำหนักน้อย

ดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI)) 18.5 ถึง 24.9 = น้ำหนักธรรมดา

ดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI)) 25.0 ถึง 29.9 = น้ำหนักเกิน

ดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI)) 30.0 ขึ้นไป = โรคอ้วน

ดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI)) 40 รวมทั้งสูงขึ้นมากยิ่งกว่า = เป็นโรคอ้วนรักษายาก(Morbidly obese)

แม้กระนั้นจำนวน ดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI)) พวกนี้มิได้หมายความกระจ่างแจ้งว่าคุณมีน้ำหนักสมควร น้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนเพราะว่าต้องนำต้นสายปลายเหตุอื่นๆมาประเมินผลร่วมด้วย

 

ข้อกำหนดของดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI))

ถึงแม้ค่าBMI จะสมาคมกับจำนวนไขมันภายในร่างกาย แม้กระนั้นยังมีจุดบกพร่องสำหรับในการกล่าวว่าระดับไหนเป็นระดับน้ำหนักที่มีสุขภาพแข็งแรง

 

ต้นสายปลายเหตุที่ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดที่พบได้มากที่สุดเป็น:

 

เพศหญิงโดยมากมีจำนวนไขมันภายในร่างกายมากยิ่งกว่าเพศชายที่ ดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI)) เดียวกัน

ผู้สูงวัยมักมีไขมันภายในร่างกายและก็กล้ามน้อยกว่าคนแก่ที่อายุน้อยกว่าที่ ดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI)) เดียวกัน

นักกีฬามืออาชีพและก็นักกีฬาสมัครเล่นอาจมี ufabet ค่าดรรชนีมวลกายที่สูงขึ้นเนื่องจากว่ามีมวลกล้ามมากยิ่งกว่าแต่ว่าระดับไขมันภายในร่างกายมิได้มากขึ้น (กล้ามมีน้ำหนักมากยิ่งกว่าไขมัน)

จำนวนอื่นๆที่ควรจะพินิจนอกจากดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI)) เป็นยังไง?

 

ดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI))เป็นเพียงแต่ตัวบ่งชี้การเสี่ยงที่มากขึ้นสำหรับโรคที่เกี่ยวกับโรคอ้วน

 

The National Heart, Lung, and Blood Institute ชี้แนะให้ตรึกตรองดังต่อไปนี้:

 

รอบเอว: ไขมันรอบเอวสโมสรกับบั้นท้ายเพิ่มการเสี่ยงต่อโรคหัวใจแล้วก็เบาหวานชนิด 2

รอบเอวต้องมีขนาด 35 นิ้วหรือน้อยกว่าสำหรับสตรี และก็เป็น 40 นิ้วหรือเล็กมากยิ่งกว่าสำหรับเพศชาย

 

ความดันเลือดสูง

ระดับcholesterolสูง

ระดับtriglycerides สูง

น้ำตาลในเลือดสูง

ประวัติความเป็นมาคนภายในครอบครัวที่เคยเป็นโรคหัวใจ

การขาดการบริหารร่างกาย

การสูบยาสูบ

แนวทางอื่นๆสำหรับการวัดระดับไขมัน

มีแนวทางอื่นๆอีกหลายแนวทางที่ใช้วัดไขมันภายในร่างกายนอกเหนือจากการคำนวณ ดรรชนีมวลกาย(BODY MASS INDEX(BMI) แต่แต่ละแนวทางจึงควรมีเครื่องมือพิเศษ ควรมีการฝึกอบรมเพื่อดำเนินงานแล้วก็สามารถได้ผลลัพธ์ที่ต่างๆนาๆขึ้นกับเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้แล้วก็ผู้ปฏิบัติ

 

กระบวนการอื่นๆรวมทั้ง:

 

วัดความดกของผิวด้วยเครื่องตวงเส้นผ่านศูนย์กลาง (calipers)

การชั่งน้ำหนักใต้น้ำ (Underwater weighing)

ขั้นตอนการวัดส่วนประกอบของร่างกายจากแรงต้านทานกระแสไฟฟ้า (Bioelectrical impedance)**

Dual Energy X-ray Absorption (DEXA)เป็นการ X-Ray กระดูกโดยใช้อุปกรณ์ที่สำหรับใช้ในการวัดความหนาแน่นกระดูกที่มีรังสี X-Ray ไม่เหมือนกันสองระดับโดยมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับเพื่อการคำนวณความหนาแน่นของกระดูก

การน้อยลงของไอโซโทป(Isotope dilution)

**กรรมวิธีวัดส่วนประกอบของร่างกายจากแรงต้านทานกระแสไฟฟ้า (Bioelectrical Impedance Analysis, BIA)

 

เป็นกระบวนการวัดส่วนประกอบของร่างกายจากแรงต้านทานกระแสไฟฟ้า โดยใช้กระแสไฟระดับค่อนข้างต่ำ (น้อยกว่า 1 ไม่ลลิแอมป์) ผ่านร่างกาย ด้วยความเร็วที่สมควรรวมทั้งไม่เป็นอันตราย สัญญาณไฟฟ้าจะไหลผ่านกล้าม ไขมัน แล้วก็ของเหลวภายในร่างกาย โดยที่ส่วนของกระดูก ไขมัน จะนำกระแสไฟฟ้าไม่ดี และก็มีความต้านทานต่อการไหลของกระแสไฟสูง ในตอนที่เลือด อวัยวะภายใน แล้วก็กล้ามจะนำกระแสไฟฟ้าเจริญแล้วก็มีความต้านทานต่ำ รวมทั้งใช้ข้อมูลอายุ เพศ น้ำหนัก ความสูง ร่วมกับค่าแรงต้านทานไฟฟ้าที่ตรวจได้มาประเมิที่ผลเป็นส่วนประกอบของร่างกาย